สระว่ายน้ำของวิลล่าเขตร้อนรายล้อมด้วยต้นปาล์ม บ้านพักตากอากาศภูเก็ตปล่อยเช่าสำหรับวันหยุดพักผ่อน
คู่มือ

ซื้อบ้านพักตากอากาศภูเก็ตปล่อยเช่า: ผลตอบแทน บริหาร กฎหมาย

Justine Tondeur

Justine Tondeur

10 เมษายน 2569 · 33 นาทีในการอ่าน

แชร์บน WeChat
WeChat QR

สแกนคิวอาร์นี้ด้วย WeChat เพื่อแชร์

การซื้อบ้านพักตากอากาศในภูเก็ตแล้วปล่อยเช่าสามารถสร้างรายได้ได้จริง แต่ “ผลตอบแทนสุทธิ” ที่พึงคาดหวังตามความเป็นจริงมักอยู่ที่ราว 5% ต่อปี ไม่ใช่ตัวเลขขั้นต้น 6-9% ที่มักถูกโฆษณา และหัวใจของความสำเร็จคือการเลือก “รูปแบบการเช่าที่ถูกกฎหมาย” ให้ถูกตั้งแต่วันแรก เพราะการปล่อยเช่ารายวัน (ต่ำกว่า 30 วัน) โดยทั่วไปต้องมีใบอนุญาตโรงแรมตาม พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งคอนโดส่วนใหญ่ขอไม่ได้ บทความนี้จะพาคุณดูตัวเลขจริง วิธีบริหารจัดการ และกับดักทางกฎหมายที่ต้องเลี่ยง

สรุปสาระสำคัญ

  • บ้านพักตากอากาศในภูเก็ตให้ผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้น (gross) เฉลี่ยราว 5.8% ในปี 2025 และสูงถึง 6-9% สำหรับคอนโดขนาดกะทัดรัดทำเลดี แต่เมื่อหักค่าว่าง ค่าส่วนกลาง ค่าบริหาร และภาษีแล้ว ผลตอบแทนสุทธิแบบเฉลี่ยจะเหลือราว 5% (ประเมินจากแหล่งทุติยภูมิ; ตัวเลขขั้นต้นจาก C9 Hotelworks / Colliers)
  • การปล่อยเช่ารายวันในภูเก็ตหรือการเช่าต่ำกว่า 30 วัน โดยทั่วไป “ต้องมีใบอนุญาตโรงแรม” และนิติบุคคลอาคารชุดหลายแห่งยังห้ามไว้ในข้อบังคับ ควรตรวจสอบก่อนซื้อเสมอ
  • ค่าบริหารจัดการเช่าแบบมืออาชีพในภูเก็ตโดยทั่วไปอยู่ที่ราว 20-30% ของรายได้ค่าเช่า ยังไม่รวมค่าทำความสะอาดเข้า-ออก
  • ต้นทุนโอน ณ กรมที่ดินราว 2% (ค่าธรรมเนียมโอน) บวกอากรแสตมป์ 0.5% และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หากขายภายใน 5 ปี (ที่มา: กรมที่ดิน)
  • การลงทุนอสังหาฯ ในภูเก็ตในปี 2026 ยังแข็งแรง โดยภูเก็ตมีมูลค่าโอนคอนโดต่างชาติสูงสุดของประเทศที่ 2.43 พันล้านบาทในไตรมาส 1 (ที่มา: Bangkok Post / REIC)

ทำไมนักลงทุนกรุงเทพจึงมองภูเก็ตเป็นบ้านหลังที่สอง

สำหรับครอบครัวชาวกรุงเทพที่มองหาบ้านพักผ่อนแบบใช้ได้หลายรุ่น ภูเก็ตตอบโจทย์สามอย่างพร้อมกัน คือ บ้านพักผ่อนของครอบครัว สินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างรายได้ในช่วงที่ไม่ได้ใช้เอง และการหลบอากาศในบางฤดูกาล

เรื่องฝุ่น PM2.5 ต้องพูดกันตามจริงอย่างสมดุล ต้นปี 2026 หน่วยงานไทยระบุว่ากรุงเทพฯ “ผ่านพ้นช่วงวิกฤต PM2.5” แล้ว โดยค่าเฉลี่ยทั้งเมืองอยู่ที่ราว 22 ไมโครกรัม/ลบ.ม. เมื่อ 28 ก.พ. 2026 และจัดอยู่ในเกณฑ์ “ดี” ทุกโซนในวันนั้น (ที่มา: Khaosod English / ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพฯ) ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่าเป็นวิกฤตถาวรหรือเลวร้ายลงเรื่อย ๆ แต่ในทางกลับกัน ฝุ่นตามฤดูกาล (ราวเดือน ก.พ.-เม.ย. ช่วงเผาไหม้) ก็ยังเป็นแรงผลักดันจริงให้คนมองหาที่พักอากาศดีกว่า ภูเก็ตซึ่งมีลมทะเลช่วยพัดพามลพิษจึงเป็นทางเลือกบ้านหลังที่สองที่อากาศสะอาดกว่าตามฤดูกาล

ในเชิงตลาด ปี 2026 วิลล่าระดับลักซ์ชัวรีในภูเก็ตมีแนวโน้มทำผลงานเหนือคอนโด ตามรายงานของสื่อ โดยคอนโดแบรนด์เนม (branded residence) มีราคาสูงกว่าคอนโดทั่วไปราว 28% และวิลล่าแบรนด์เนมอาจสูงถึงราวสองเท่าของวิลล่าทั่วไป (รายงานโดย Bangkok Post / Nation Thailand เป็นการประเมินตลาด ไม่ใช่มูลค่ารับประกัน) แนวโน้มนี้สอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนของกลุ่มผู้ซื้อผู้มีความมั่งคั่งสูงในกรุงเทพฯ ที่มองบ้านหลายรุ่น อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทวิเคราะห์ เหตุผลที่คนกรุงเทพฯ ที่มีความมั่งคั่งสูงลงทุนวิลล่าภูเก็ตในปี 2026

กลยุทธ์เช่าสั้น กับ เช่ายาว: เลือกให้ถูกตั้งแต่ต้น

นี่คือการตัดสินใจที่สำคัญที่สุด เพราะมันกำหนดทั้งผลตอบแทน ความยุ่งยากในการบริหาร และความเสี่ยงทางกฎหมาย

เช่าสั้น (รายวัน/รายสัปดาห์)

ให้รายได้ต่อคืนสูงกว่าและยืดหยุ่น (เจ้าของเข้าใช้เองได้ในช่วงที่ต้องการ) แต่มีค่าว่างสูงในโลว์ซีซัน ต้นทุนดำเนินงานสูง (ทำความสะอาด ต้อนรับแขก ซ่อมบำรุงบ่อย) และ มีข้อจำกัดทางกฎหมายรุนแรงที่สุด ตาม พ.ร.บ. โรงแรม (ดูหัวข้อกฎหมายด้านล่าง)

เช่ายาว (ตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป / รายปี)

รายได้ต่อเดือนต่ำกว่า แต่กระแสเงินสดสม่ำเสมอ ค่าว่างต่ำ ต้นทุนบริหารเบากว่ามาก และโดยทั่วไป “ได้รับยกเว้น” จากข้อกำหนดใบอนุญาตโรงแรม จึงเป็นทางที่ปลอดภัยและเหมาะกับเจ้าของที่อยู่กรุงเทพและไม่อยากยุ่งกับการบริหารรายวัน

ปัจจัย เช่าสั้น (<30 วัน) เช่ายาว (30 วันขึ้นไป)
รายได้ต่อคืน/เดือน สูงกว่า ต่ำกว่า แต่สม่ำเสมอ
อัตราการเข้าพัก ผันผวนตามฤดูกาล สูงและนิ่ง
ต้นทุนดำเนินงาน สูง (ทำความสะอาด/ต้อนรับบ่อย) ต่ำ
เจ้าของเข้าใช้เอง ยืดหยุ่นสูง จำกัด
ความเสี่ยงกฎหมาย สูง โดยทั่วไปต้องมีใบอนุญาตโรงแรม ต่ำ โดยทั่วไปได้รับยกเว้น

สำหรับครอบครัวกรุงเทพที่ต้องการ “ใช้เองบวกสร้างรายได้” ทางสายกลางที่นิยมคือ ปล่อยเช่ายาวเป็นฐานรายได้หลัก และกันช่วงไฮซีซันบางส่วนไว้ใช้เอง หรือเลือกโครงการที่มีใบอนุญาตโรงแรมถูกต้องและมีผู้บริหารมืออาชีพหากต้องการโมเดลเช่าสั้นจริง ๆ

ผลตอบแทนแบบระมัดระวัง: แยกให้ออกระหว่างขั้นต้นกับสุทธิ

ตัวเลขที่เห็นในโฆษณามักเป็น ผลตอบแทนขั้นต้น (gross yield) ซึ่งยังไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ข้อมูลตลาดปี 2025 ระบุว่าผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้นเฉลี่ยของภูเก็ตอยู่ที่ราว 5.8% และหน่วยทำเลดี/ขนาดกะทัดรัดอาจสูงถึง 6-9% หรือหน่วยที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมที่สุดราว 7-8.5% (ที่มา: C9 Hotelworks / Colliers)

แต่ ผลตอบแทนสุทธิ (net yield) ซึ่งเป็นเงินที่เข้ากระเป๋าจริง ต้องหักค่าว่าง ค่าส่วนกลาง (CAM) ค่าบริหาร และภาษีออกก่อน ประมาณการปี 2026 จากแหล่งรวบรวมข้อมูลชี้ว่าผลตอบแทนสุทธิแบบเฉลี่ย (blended) ขยับลงมาใกล้ราว 4.8-5% (ตัวเลขนี้เป็นการประเมินเชิงอ้างอิงจากแหล่งทุติยภูมิ ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบ)

รายการ ตัวอย่างสมมติ (คอนโด 1 ห้องนอน)
ราคาซื้อ 5,000,000 บาท
ค่าเช่าขั้นต้นทั้งปี (~6%) 300,000 บาท
หัก: ค่าว่าง ~15% -45,000 บาท
หัก: ค่าส่วนกลาง + ประกัน -35,000 บาท
หัก: ค่าบริหาร ~25% ของค่าเช่าที่เก็บได้ -64,000 บาท
หัก: ซ่อมบำรุง + ภาษี -35,000 บาท
สุทธิโดยประมาณ ~121,000 บาท (~2.4% ของราคาซื้อ)

เหตุใดตัวอย่างนี้จึงได้ ~2.4% ไม่ใช่ ~5%? เพราะตารางข้างต้นจงใจใช้สมมติฐานของโมเดล เช่าสั้นต้นทุนสูง เป็นกรณีระมัดระวัง คือ ค่าบริหารสูงถึง 25% และค่าว่างถึง 15% ซึ่งกัดกินผลตอบแทนหนักกว่าค่าเฉลี่ยตลาดมาก ตัวเลข “สุทธิราว 4.8-5%” ที่อ้างถึงข้างต้นเป็น ค่าเฉลี่ยตลาดแบบผสม (blended) ที่มักสะท้อนโมเดลเช่ายาวซึ่งค่าว่างและค่าบริหารต่ำกว่า ยิ่งเลือกเช่ายาว ค่าบริหารและค่าว่างยิ่งลด ผลตอบแทนสุทธิจริงจึงขยับเข้าใกล้ช่วง 5% มากขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าเดินโมเดลเช่าสั้นที่ต้นทุนสูงและบริหารทางไกล ผลตอบแทนสุทธิอาจต่ำลงมาในระดับตัวอย่างนี้ได้

ตารางข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเชิงประกอบเพื่อแสดงหลักการ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ตัวเลขจริงขึ้นกับทำเล ประเภททรัพย์ กลยุทธ์เช่า และอัตราการเข้าพัก หัวใจสำคัญคือ อย่านำผลตอบแทนขั้นต้นมาคิดเสมือนเป็นเงินที่ได้จริง และไม่มีใครควรสัญญาผลตอบแทน “การันตี”

การบริหารจัดการเช่าในภูเก็ต: ต้นทุนที่มักถูกมองข้าม

เจ้าของที่อยู่กรุงเทพมักบริหารทรัพย์ในภูเก็ตด้วยตัวเองไม่ไหว การจ้างผู้บริหารมืออาชีพจึงเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างต้นทุนให้ครบ

  • ค่าบริหารจัดการ: โดยทั่วไปอยู่ที่ราว 20-30% ของรายได้ค่าเช่าสำหรับโมเดลเช่าสั้น (รวมการตลาด จองห้อง ต้อนรับแขก ประสานงาน) ส่วนเช่ายาวมักคิดต่ำกว่า
  • ค่าทำความสะอาดเข้า-ออก: คิดแยกต่อรอบการเข้าพัก เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนรอบ ยิ่งเช่าสั้นยิ่งมีรอบมาก
  • แพลตฟอร์ม: การลงประกาศบนแพลตฟอร์มจองที่พักมีค่าคอมมิชชันของตัวเอง ซึ่งกินผลตอบแทนเพิ่มอีกชั้น และการปล่อยรายวันบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายโรงแรมด้วย
  • ค่าส่วนกลาง ประกัน และซ่อมบำรุง: เป็นต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายไม่ว่าห้องจะมีคนเช่าหรือไม่

ดูแนวทางเชิงลึกได้ที่ เคล็ดลับบริหารการเช่าในภูเก็ต ซึ่งลงรายละเอียดการคัดเลือกผู้บริหารและการทำสัญญา

ข้อกฎหมายสำคัญที่ต้องรู้ก่อนปล่อยเช่า

นี่คือส่วนที่พลาดไม่ได้ และเป็นเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากเลือกเช่ายาวแทน

พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 กับการเช่ารายวัน

การปล่อยเช่าที่พักเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ (พักต่ำกว่า 30 วัน) โดยทั่วไป “ต้องมีใบอนุญาตโรงแรม” ตาม พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 การปล่อยเช่ารายวันโดยไม่มีใบอนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย และคอนโดส่วนใหญ่ไม่สามารถขอใบอนุญาตนี้ได้ บทลงโทษที่รายงานไว้มีทั้งค่าปรับสูงสุดราว 20,000 บาท บวกปรับอีกวันละ 10,000 บาท และจำคุกสูงสุดถึง 1 ปี ในขณะที่การให้เช่าตั้งแต่ 30 วันขึ้นไปโดยทั่วไป “ได้รับยกเว้น” (ที่มา: พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 / สำนักงานกฎหมาย Formichella & Sritawat)

ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด

แม้ทรัพย์จะเข้าเงื่อนไขกฎหมายโรงแรมได้ นิติบุคคลอาคารชุดแต่ละแห่ง “สามารถห้ามการปล่อยเช่ารายวัน/รายสัปดาห์” ไว้ในข้อบังคับของอาคารได้เอง โดยเป็นคนละส่วนกับ พ.ร.บ. โรงแรม (ที่มา: Formichella & Sritawat) ดังนั้นก่อนซื้อเพื่อหวังรายได้เช่าสั้น ต้องตรวจสอบทั้งกฎหมายและข้อบังคับอาคารควบคู่กัน

ประเด็นการถือครองสำหรับกรณีเกี่ยวข้องกับต่างชาติ

หากมีเรื่องการร่วมลงทุนหรือขายต่อให้ต่างชาติ ควรทราบว่าชาวต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินไม่ได้ แต่ถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (freehold) ได้ภายในโควตาต่างชาติ 49% ของพื้นที่อาคาร และต้องมีแบบฟอร์มธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FET) จากธนาคารผู้รับเงินเพื่อจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ต่างชาติ (ที่มา: พ.ร.บ. อาคารชุด) ประเด็นนี้กระทบสภาพคล่องในการขายต่อ จึงควรพิจารณาตั้งแต่ตอนซื้อ

ทำเลและภาษี พร้อมคำเตือน

ทำเลปล่อยเช่าในภูเก็ต

ทำเลกำหนดทั้งอัตราการเข้าพักและกลุ่มผู้เช่า โซนหาดฝั่งตะวันตกและพื้นที่ไลฟ์สไตล์อย่างบางเทา/ลากูน่า กมลา และกะตะ-กะรน มักดึงดูดนักท่องเที่ยวและกลุ่มเช่าสั้น ขณะที่ราไวย์และในหานเหมาะกับกลุ่มพำนักระยะยาวและครอบครัว เราแนะนำให้เลือกทำเลตามกลยุทธ์เช่าที่วางไว้ ไม่ใช่เลือกทรัพย์ก่อนแล้วค่อยหากลยุทธ์ ดูการเปรียบเทียบโซนอย่างละเอียดได้ที่ ทำเลไหนน่าลงทุนที่สุดในภูเก็ต ปี 2026

ราคากลางคอนโดภูเก็ตอยู่ที่ราว 144,000 บาท/ตร.ม. (เม.ย. 2025) หรือราว 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตร.ม. เป็นหมุดอ้างอิงในการประเมินความคุ้มค่า (ที่มา: C9 Hotelworks)

อีกปัจจัยที่ผู้ซื้อยุคใหม่ให้ค่าเพิ่มขึ้นคือความยั่งยืนและพลังงาน จากผลสำรวจผู้บริโภคของ DDproperty พบว่า 68% ยินดีจ่ายแพงขึ้นสำหรับทรัพย์ที่มีจุดชาร์จรถ EV และ 43% สนใจบ้านที่มีคุณสมบัติ net-zero (โปรดสังเกตว่าเป็น “สนใจ/ยินดีจ่าย” ไม่ใช่ “กำหนดเป็นเงื่อนไขบังคับ”) บ้านที่มีระบบโซลาร์ การเก็บน้ำฝน และการออกแบบประหยัดพลังงานจึงเป็นจุดขายที่ช่วยทั้งการปล่อยเช่าและการขายต่อ ดูเพิ่มเติมที่ วิลล่าอีโคอัจฉริยะในภูเก็ต: โซลาร์ EV และ Net-Zero

ภาษีและต้นทุนธุรกรรม

รายการ อัตราโดยประมาณ
ค่าธรรมเนียมโอน 2% ของราคาประเมิน
อากรแสตมป์ 0.5%
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (หากขายภายใน 5 ปี) 3.3%
ค่าจดทะเบียนสิทธิการเช่า (leasehold) ~1.1% ของค่าเช่ารวม

(ที่มา: กรมที่ดิน เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม)

นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และทรัพย์ยังอยู่ภายใต้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากอัตราและวิธีคำนวณขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนที่แม่นยำ

คำเตือนสำคัญ: สำหรับผู้ที่มีเงินได้จากต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2024 ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย (พำนักตั้งแต่ 180 วัน/ปี) ต้องเสียภาษีจากเงินได้ต่างประเทศที่ “นำเข้ามา” ในไทย โดยข้อเสนอเรื่องช่วงยกเว้น 2 ปีที่เสนอในปี 2025 นั้น “ยังไม่เป็นกฎหมาย” จึงไม่ควรถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ใช้ได้จริงในขณะนี้ (ที่มา: กรมสรรพากร / Forvis Mazars)

เช็กลิสต์ก่อนซื้อเพื่อปล่อยเช่า

  1. กำหนดกลยุทธ์เช่า (สั้น/ยาว/ผสม) ก่อนเลือกทรัพย์
  2. ตรวจสอบว่าทรัพย์และอาคารอนุญาตให้ปล่อยเช่าตามกลยุทธ์นั้นได้จริง (พ.ร.บ. โรงแรม + ข้อบังคับนิติบุคคล)
  3. ขอตัวเลขค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมด แล้วคำนวณผลตอบแทน “สุทธิ” ไม่ใช่ขั้นต้น
  4. ตรวจสอบต้นทุนโอนและภาระภาษีที่จะเกิดขึ้น
  5. ประเมินผู้บริหารจัดการเช่าและโครงสร้างค่าบริการก่อนตัดสินใจ

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

  • ใช้ผลตอบแทนขั้นต้นในการตัดสินใจซื้อ
  • ซื้อคอนโดโดยหวังรายได้เช่ารายวัน ทั้งที่กฎหมายหรือข้อบังคับอาคารห้าม
  • ประเมินค่าว่างในโลว์ซีซันต่ำเกินจริง
  • ลืมบวกต้นทุนบริหาร ทำความสะอาด และค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม
  • เชื่อคำโฆษณา “การันตีผลตอบแทน” โดยไม่มีเอกสารรองรับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปล่อยเช่ารายวันคอนโดในภูเก็ตผิดกฎหมายไหม

โดยทั่วไปการปล่อยเช่าต่ำกว่า 30 วันต้องมีใบอนุญาตโรงแรมตาม พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งคอนโดส่วนใหญ่ขอไม่ได้ การทำโดยไม่มีใบอนุญาตถือว่าผิดกฎหมายและมีบทลงโทษ ทางที่ปลอดภัยคือปล่อยเช่าตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป หรือเลือกโครงการที่มีใบอนุญาตโรงแรมถูกต้อง

ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในภูเก็ตอยู่ที่เท่าไร

ผลตอบแทนขั้นต้นเฉลี่ยราว 5.8% ในปี 2025 และสูงถึง 6-9% สำหรับคอนโดทำเลดี แต่ผลตอบแทนสุทธิแบบเฉลี่ยหลังหักค่าใช้จ่ายมักเหลือราว 5% (ประเมินจากแหล่งทุติยภูมิ; ตัวเลขขั้นต้นจาก C9 Hotelworks / Colliers) ทั้งนี้ตัวอย่างการคำนวณเช่าสั้นต้นทุนสูงอาจให้ผลตอบแทนสุทธิต่ำกว่านั้นได้ และไม่มีใครควรรับประกันตัวเลขที่แน่นอน

เช่าสั้นหรือเช่ายาวคุ้มกว่ากัน

ขึ้นกับเป้าหมาย เช่าสั้นให้รายได้ต่อคืนสูงแต่ความเสี่ยงกฎหมายและต้นทุนบริหารสูง เช่ายาวให้กระแสเงินสดนิ่ง ค่าว่างต่ำ และได้รับยกเว้นจากใบอนุญาตโรงแรมโดยทั่วไป สำหรับเจ้าของที่อยู่กรุงเทพ เช่ายาวมักบริหารง่ายและปลอดภัยกว่า

ค่าบริหารจัดการเช่าคิดเท่าไร

โดยทั่วไปอยู่ที่ราว 20-30% ของรายได้ค่าเช่าสำหรับโมเดลเช่าสั้น ยังไม่รวมค่าทำความสะอาดเข้า-ออกและค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม ส่วนเช่ายาวมักคิดในอัตราต่ำกว่า

ต้นทุนตอนโอนกรรมสิทธิ์มีอะไรบ้าง

ค่าธรรมเนียมโอน 2% ของราคาประเมิน อากรแสตมป์ 0.5% และหากขายภายใน 5 ปีจะมีภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ส่วนการจดสิทธิการเช่าอยู่ที่ราว 1.1% ของค่าเช่ารวม (ที่มา: กรมที่ดิน)

ตอนนี้ยังเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนอสังหาภูเก็ตหรือไม่

ตลาดปี 2026 ยังแข็งแรง ภูเก็ตมีมูลค่าโอนคอนโดต่างชาติสูงสุดของประเทศที่ 2.43 พันล้านบาทจาก 420 ยูนิตในไตรมาส 1 และการโอนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% (ที่มา: Bangkok Post / REIC) แต่ควรตัดสินใจจากตัวเลขผลตอบแทนสุทธิและความถูกต้องทางกฎหมายของทรัพย์ ไม่ใช่กระแสตลาดเพียงอย่างเดียว

ให้ Palmora ดูแลตั้งแต่ใบอนุญาตจนถึงผู้เช่า

ความกังวลที่ได้ยินบ่อยที่สุดจากลูกค้ากรุงเทพคือ “อยากได้บ้านพักผ่อนที่สร้างรายได้ในช่วงที่ไม่ได้ใช้เอง แต่กลัวเรื่องกฎหมายและการบริหารทางไกล” นี่คือสิ่งที่ทีม Palmora Property ทำให้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เราให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกทรัพย์ที่ปล่อยเช่าได้อย่างถูกกฎหมาย ตรวจสอบข้อบังคับอาคารและเงื่อนไข พ.ร.บ. โรงแรมก่อนซื้อ และดูแลบริหารการเช่าให้ครบวงจร เพื่อให้คุณได้ทั้งบ้านพักผ่อนและรายได้ที่โปร่งใส

ปรึกษาเราได้ที่ หน้าติดต่อ Palmora หรือทักผ่าน WhatsApp +66 61 249 4192 และอีเมล [email protected] อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ บล็อกของ Palmora


ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการลงทุนเฉพาะบุคคล กฎหมาย อัตราภาษี และค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเครือข่ายพันธมิตรของ Palmora ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

แชร์บน WeChat
WeChat QR

สแกนคิวอาร์นี้ด้วย WeChat เพื่อแชร์

WhatsApp