วิลล่าหรูพร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ริมทะเลมองจากมุมสูง สะท้อนไลฟ์สไตล์การลงทุนของคนกรุงเทพฯ ที่เลือกลงทุนวิลล่าหรูในภูเก็ต
การลงทุน

ทำไมคนมั่งคั่งกรุงเทพฯ แห่ซื้อวิลล่าหรูภูเก็ต 2026

Justine Tondeur

Justine Tondeur

19 พฤษภาคม 2569 · 33 นาทีในการอ่าน

แชร์บน WeChat
WeChat QR

สแกนคิวอาร์นี้ด้วย WeChat เพื่อแชร์

คนมั่งคั่งจากกรุงเทพฯ แห่ซื้อบ้านในภูเก็ตและลงทุนวิลล่าหรูภูเก็ต ในปี 2026 เพราะภูเก็ตตอบโจทย์สามอย่างพร้อมกัน คือ หนีฝุ่น PM2.5 และความแออัดของเมืองหลวงในช่วงต้นปี ได้บ้านพักตากอากาศสำหรับครอบครัวหลายรุ่น และเป็นสินทรัพย์ที่มีดีมานด์รองรับและมีสภาพคล่องในการขายต่อ/ปล่อยเช่าได้ดีเมื่อเทียบกับตลาดอื่น โดยไตรมาส 1/2026 ภูเก็ตมีมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติสูงที่สุดในบรรดาทุกจังหวัดของไทย ที่ 2.43 พันล้านบาท จาก 420 ยูนิต (ข้อมูล REIC ผ่าน Bangkok Post) สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดนี้แข็งแรงทั้งจากในและต่างประเทศ ทำให้การถือครองอสังหาฯ ภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงการซื้อไลฟ์สไตล์ แต่เป็นการวางสินทรัพย์ในตลาดที่มีดีมานด์จริง

สรุปสาระสำคัญ

  • ตลาดคึกคักด้วยดีมานด์ต่างชาติ: ไตรมาส 1/2026 ภูเก็ตมีมูลค่าโอนห้องชุดต่างชาติสูงถึง 2.43 พันล้านบาท จาก 420 ยูนิต สูงสุดของประเทศ โดยผู้ซื้อชาวรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนราว 44% ของมูลค่า (ข้อมูล REIC ผ่าน Bangkok Post)
  • วิลล่าโดดเด่นกว่าคอนโด: ในปี 2026 วิลล่าหรูภูเก็ตมีแนวโน้มเติบโตแรงกว่าห้องชุด ขับเคลื่อนด้วยผู้ซื้อสายไลฟ์สไตล์ ราคาที่ดิน และเรสซิเดนซ์แบรนด์เนม (Bangkok Post)
  • คุณภาพอากาศคือแรงจูงใจตามฤดูกาล: กรุงเทพฯ เผชิญฝุ่น PM2.5 หนักช่วง ก.พ.–เม.ย. ขณะที่ภูเก็ตได้ลมทะเลช่วยฟอกอากาศ แต่ควรมองภูเก็ตเป็น “ทางเลือกอากาศดีตามฤดูกาล” ไม่ใช่การหนีวิกฤตถาวร
  • ผลตอบแทนต้องดูสุทธิ ไม่ใช่ขั้นต้น: ผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้นเฉลี่ยราว 5.8% (2025) แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายและภาษีแล้ว ผลตอบแทนสุทธิมักอยู่ราว 5% (C9 Hotelworks/Colliers)
  • ข้อได้เปรียบของผู้ซื้อคนไทย: คนไทยถือครองที่ดินและวิลล่าแบบกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) ได้เต็มที่ ต่างจากชาวต่างชาติที่ถูกจำกัดอยู่ในโควตาห้องชุด 49%

ตลาดภูเก็ต 2026: ตัวเลขบอกอะไรเรื่องการลงทุนภูเก็ต

การตัดสินใจซื้อบ้านในภูเก็ตในปีนี้ควรเริ่มจากการอ่านตัวเลขตลาดอย่างมีสติ ในภาพรวม ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยไตรมาส 1/2026 ยังเติบโต โดยยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 72,583 ยูนิต และมูลค่ารวมเพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 187.18 พันล้านบาท (ข้อมูล REIC ผ่าน Bangkok Post) ภูเก็ตนับเป็นหนึ่งในตลาดต่างจังหวัดที่แข็งแรงที่สุด

จุดที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนภูเก็ตคือ มูลค่าโอนห้องชุดของชาวต่างชาติในภูเก็ตสูงที่สุดในบรรดาทุกจังหวัดของประเทศ ที่ 2.43 พันล้านบาท จาก 420 ยูนิต ในไตรมาส 1/2026 โดยชาวรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนราว 44% ของมูลค่าดังกล่าว (ข้อมูล REIC ผ่าน Bangkok Post) ในระดับประเทศ ชาวรัสเซียกลายเป็นกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติอันดับ 2 แซงหน้าเมียนมา และเป็นชาติเดียวในกลุ่ม 5 อันดับแรกที่โตทั้งจำนวนและมูลค่า คือ +33% ด้านจำนวนเป็น 383 ยูนิต และ +69% ด้านมูลค่าเป็น 1.66 พันล้านบาท

ในทางกลับกัน ผู้ซื้อชาวจีนซึ่งยังเป็นกลุ่มต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในระดับประเทศ กลับหดตัวแรงที่สุด โดยยอดโอนลดลง 39% เหลือ 906 ยูนิต มูลค่า 3.5 พันล้านบาท (ลดลง 43% ด้านมูลค่าเทียบปีก่อน) (ข้อมูล REIC ผ่าน Bangkok Post และ Nation Thailand) สิ่งนี้บอกเราว่าโครงสร้างดีมานด์ต่างชาติกำลังเปลี่ยน และภูเก็ตยังดูดซับความต้องการได้ดีจากฐานผู้ซื้อที่หลากหลายขึ้น

ข้อควรระวังเรื่องตัวเลข: มีการอ้างว่ามูลค่าโอนอสังหาฯ ภูเก็ตไตรมาส 1/2026 เพิ่มขึ้น 34.9% หรือแตะ 10.36 พันล้านบาท ตัวเลขนี้ ยังไม่พบแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ จึงไม่นำมาใช้ในบทความนี้ เราอ้างอิงเฉพาะตัวเลขมูลค่าโอนห้องชุดต่างชาติที่ได้รับการยืนยันจาก REIC เท่านั้น

สำหรับภาพราคา ราคากลางห้องชุดในภูเก็ตอยู่ที่ราว 144,000 บาทต่อตารางเมตร (เม.ย. 2025) หรือประมาณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร (C9 Hotelworks) เป็นฐานราคาที่สะท้อนความเป็นตลาดพรีเมียมของเกาะ หากต้องการภาพรวมทั้งเกาะแบบครบถ้วน เราแนะนำให้อ่านประกอบกับคู่มือลงทุนภูเก็ตฉบับสมบูรณ์ ปี 2026

หนีฝุ่น PM2.5 และความแออัด: คุณภาพชีวิตที่ภูเก็ตให้ได้

เหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ครอบครัวชาวกรุงเทพฯ มองหาบ้านพักตากอากาศในภูเก็ต คือคุณภาพอากาศและจังหวะชีวิต ในช่วงฤดูฝุ่นของภาคกลาง โดยเฉพาะเดือน ก.พ.–เม.ย. ที่มีการเผาในที่โล่ง กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) อยู่ราว 30 วันต่อปี (ตัวเลขจากแหล่งทุติยภูมิที่รวบรวมสถิติ ถือเป็นข้อมูลเชิงประกอบ) การมีบ้านหลังที่สองในพื้นที่อากาศดีจึงกลายเป็นทางเลือกด้านสุขภาพสำหรับครอบครัวหลายรุ่น ที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

อย่างไรก็ตาม เราขอให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ต้นปี 2026 หน่วยงานด้านคุณภาพอากาศของไทยระบุว่ากรุงเทพฯ ได้ผ่าน “จุดวิกฤต PM2.5” มาแล้ว โดยวันที่ 28 ก.พ. 2026 ค่าเฉลี่ยทั้งเมืองอยู่ที่ราว 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจัดอยู่ในเกณฑ์ดีทุกโซนในวันนั้น (Khaosod English และ Nation Thailand อ้างศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพฯ) ดังนั้นเราจึงไม่มองภูเก็ตในฐานะ “ทางหนีวิกฤตถาวร” แต่มองในฐานะ ทางเลือกอากาศบริสุทธิ์ตามฤดูกาลและบ้านพักผ่อนคุณภาพสูง ที่ให้ครอบครัวสลับไปใช้ชีวิตในช่วงที่กรุงเทพฯ อากาศไม่เป็นใจ

ลมทะเลอันดามันช่วยพัดพามลพิษให้เจือจาง ทำให้ชายฝั่งภาคใต้โดยรวมมีคุณภาพอากาศดีกว่าเมืองหลวงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้มีรายงาน (จากแหล่งทุติยภูมิ ถือเป็นข้อมูลเชิงประกอบ) ว่าคอนโดที่ติดตั้งระบบกรองอากาศสามารถตั้งราคาพรีเมียมได้ราว 5–15% ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคไทยให้คุณค่ากับ “อากาศสะอาดภายในบ้าน” มากขึ้นเรื่อย ๆ

วิลล่าหรูสำหรับครอบครัวหลายรุ่น และทำเลพรีเมียม

ทำไมวิลล่าหรูภูเก็ตจึงตอบโจทย์ครอบครัวหลายรุ่น

สำหรับผู้ซื้อชาวกรุงเทพฯ ที่ต้องการพื้นที่ให้คนสามรุ่นอยู่ร่วมกัน วิลล่าตอบโจทย์ได้ดีกว่าห้องชุด เพราะให้พื้นที่ส่วนตัว สวน สระว่ายน้ำ และห้องนอนหลายห้องแยกโซนผู้สูงอายุกับเด็กได้ นอกจากนี้ ผู้ซื้อคนไทยยังถือครองที่ดินและวิลล่าแบบกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) ได้เต็มที่ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างเหนือชาวต่างชาติ ที่กฎหมายห้ามถือครองที่ดิน และซื้อได้เพียงห้องชุดภายในโควตาต่างชาติ 49% ของพื้นที่อาคารเท่านั้น (ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด)

ในเชิงตลาด ปี 2026 วิลล่าหรูภูเก็ตมีผลงานโดดเด่นกว่าคอนโด ขับเคลื่อนด้วยผู้ซื้อสายไลฟ์สไตล์ ราคาที่ดินที่ปรับขึ้น และดีมานด์เรสซิเดนซ์แบรนด์เนม (Bangkok Post) โดยมีรายงานว่าคอนโดแบรนด์เนมตั้งราคาสูงกว่าคอนโดทั่วไปราว 28% ส่วนวิลล่าแบรนด์เนมอาจสูงกว่าวิลล่าทั่วไปได้ถึงราวสองเท่า ทั้งนี้เป็นตัวเลขที่รายงานจากฝั่งผู้พัฒนาและสื่อ จึงควรถือเป็น “ทิศทางตลาด” ไม่ใช่การประเมินมูลค่าที่รับประกันได้

ทำเลพรีเมียม: บางเทา ลายัน กมลา

สามทำเลที่ตอบโจทย์กลุ่มบ้านหลังที่สองระดับบนได้ดีที่สุด ได้แก่

  • บางเทา (Bang Tao): ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์หรูฝั่งตะวันตก มีหาดยาว ระบบสาธารณูปโภคครบ ร้านอาหาร บีชคลับ และเรสซิเดนซ์แบรนด์เนมจำนวนมาก เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกและสภาพคล่องในการขาย/ปล่อยเช่า
  • ลายัน (Layan): เงียบสงบและเป็นส่วนตัวกว่า เหมาะกับวิลล่าระดับบนที่เน้นความเป็นส่วนตัวและวิวทะเล เป็นทำเลที่ครอบครัวหลายรุ่นชื่นชอบเพราะบรรยากาศผ่อนคลาย
  • กมลา (Kamala): ขึ้นชื่อเรื่องวิลล่าบนเนินเขาวิวทะเล และย่านที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม (“Millionaire’s Mile”) เหมาะกับผู้ที่มองหาวิลล่าวิวพาโนรามา

หากต้องการเปรียบเทียบทำเลอย่างละเอียด ลองอ่านทำเลลงทุนภูเก็ตที่ดีที่สุดในปี 2026 เพื่อดูจุดเด่นและกลุ่มผู้ซื้อของแต่ละย่าน

ลงทุนควบคู่กับการใช้เอง: ผลตอบแทนและสภาพคล่อง

เสน่ห์ของบ้านพักตากอากาศในภูเก็ต คือการใช้เองได้ในช่วงหลบฝุ่น/พักผ่อน และปล่อยเช่าสร้างรายได้ในช่วงที่ไม่ได้ใช้ แต่ต้องเข้าใจตัวเลขให้ถูก โดยเฉพาะความต่างระหว่าง ผลตอบแทนขั้นต้น (Gross) กับ ผลตอบแทนสุทธิ (Net)

ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนค่าเช่า

ประเภททรัพย์ ผลตอบแทนขั้นต้น (Gross) ผลตอบแทนสุทธิโดยประมาณ (Net) หมายเหตุ
ค่าเฉลี่ยตลาดภูเก็ต (2025) ~5.8% ~5% ข้อมูล C9 Hotelworks/Colliers
คอนโดขนาดกะทัดรัด ทำเลดี ~6–9% ~5% ตัวเลขสุทธิจากแหล่งทุติยภูมิ ถือเป็นการประมาณ
วิลล่า/บ้านเดี่ยว แปรผันตามทำเลและการบริหาร ต่ำกว่า Gross มาก เน้นการใช้เอง + มูลค่าระยะยาว

ตัวเลขขั้นต้นที่ดูสูง (เช่น 6–9%) จะลดลงเมื่อหักช่วงว่างไม่มีผู้เช่า ค่าส่วนกลาง ค่าบริหารจัดการ และภาษี เหลือผลตอบแทนสุทธิราว 5% โดยประมาณ เราจึงไม่แนะนำให้ยึดตัวเลขขั้นต้นเสมือนเป็นผลตอบแทนจริงที่ได้รับ และขอย้ำว่าไม่มีการลงทุนอสังหาฯ ใดที่ “รับประกันผลตอบแทน” ได้

ข้อกฎหมายสำคัญเรื่องการปล่อยเช่า (ต้องรู้ก่อนซื้อ)

หากแผนของคุณพึ่งพารายได้ค่าเช่ารายวัน/รายสัปดาห์ (เช่น Airbnb) ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ การปล่อยเช่าระยะสั้นต่ำกว่า 30 วัน โดยทั่วไปต้องมีใบอนุญาตโรงแรมตาม พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งคอนโดส่วนใหญ่ไม่สามารถขอได้ การปล่อยเช่ารายวันโดยไม่มีใบอนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดราว 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท รวมถึงจำคุกได้สูงสุด 1 ปี (แหล่ง: พ.ร.บ. โรงแรม; สำนักงานกฎหมาย Formichella & Sritawat)

นอกจากนี้ นิติบุคคลอาคารชุดแต่ละแห่งยังสามารถออกข้อบังคับ ห้ามปล่อยเช่าระยะสั้น ได้ด้วยตนเอง แยกต่างหากจาก พ.ร.บ. โรงแรม ทางออกที่ปลอดภัยกว่าคือการวางกลยุทธ์ปล่อยเช่าแบบ 30 วันขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไปได้รับการยกเว้น อ่านรายละเอียดกลยุทธ์การบริหารและความถูกต้องตามกฎหมายเพิ่มเติมได้ที่บทความซื้อบ้านพักตากอากาศภูเก็ตแล้วปล่อยเช่า: ผลตอบแทน การบริหาร และกฎหมาย

ตารางค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดิน (สำคัญสำหรับผู้ซื้อไทย)

รายการ อัตรา ฐานคำนวณ
ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ราคาประเมิน
อากรแสตมป์ 0.5% ราคาซื้อขาย/ประเมิน
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หากผู้ขายขายภายใน 5 ปี
ค่าจดทะเบียนการเช่า (Leasehold) ~1.1% ค่าเช่ารวมตลอดสัญญา

(แหล่ง: กรมที่ดิน — มาตรฐานอุตสาหกรรม) ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรถูกนำมารวมในการคำนวณต้นทุนตั้งแต่ต้น เพราะกระทบต่อผลตอบแทนสุทธิที่แท้จริง

ความยั่งยืนและพลังงานอิสระ: เทรนด์ที่ผู้ซื้อไทยให้ค่า

ผู้บริโภคไทยให้ความสนใจบ้านที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงานมากขึ้น จากการสำรวจ Consumer Sentiment ของ DDproperty พบว่า 68% ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับที่อยู่อาศัยที่มีจุดชาร์จรถ EV และ 43% สนใจซื้อบ้านที่มีฟีเจอร์ Net-Zero (โปรดสังเกตว่าเป็น “สนใจ/ยินดีจ่ายเพิ่ม” ไม่ใช่ “กำหนดเป็นเงื่อนไขบังคับ”)

ฝั่งผู้พัฒนาในภูเก็ตก็ตอบรับเทรนด์นี้ มีการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ การเก็บน้ำฝน และการออกแบบประหยัดพลังงานมาเป็นจุดขายหลักในโครงการสาย eco/Net-Zero (เช่นโครงการ “The Zero” ย่านในยาง — ข้อมูลจากสื่อฝั่งผู้พัฒนา ถือเป็นข้อมูลเชิงประกอบ) สำหรับครอบครัวที่ต้องการทั้งอากาศบริสุทธิ์และความเป็นอิสระด้านพลังงาน วิลล่าประหยัดพลังงานคือคำตอบที่ลงตัว อ่านเพิ่มเติมได้ที่วิลล่า eco อัจฉริยะในภูเก็ต: โซลาร์ EV และ Net-Zero

เช็กลิสต์ก่อนซื้อและข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

  1. กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัด: ใช้เองเป็นหลัก ปล่อยเช่าเสริม หรือลงทุนล้วน
  2. ตรวจสอบทำเลและแผนการใช้งานจริงของครอบครัวหลายรุ่น (การเดินทาง โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ)
  3. คำนวณผลตอบแทน สุทธิ หลังหักค่าส่วนกลาง ค่าบริหาร ช่วงว่าง และภาษี
  4. ตรวจข้อบังคับนิติบุคคลและข้อกฎหมายการปล่อยเช่า ก่อนวางแผนรายได้ค่าเช่า
  5. ตรวจสอบสถานะกรรมสิทธิ์ โฉนด และเอกสารสิทธิ์ให้ครบถ้วน

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

  • ยึดตัวเลขผลตอบแทนขั้นต้นเสมือนเป็นกำไรจริง โดยไม่หักต้นทุน
  • วางแผนรายได้จากการปล่อยเช่ารายวัน โดยไม่ตรวจ พ.ร.บ. โรงแรม และข้อบังคับนิติบุคคล
  • เข้าใจผิดว่าข้อเสนอยกเว้นภาษีเงินได้จากต่างประเทศ 2 ปี เป็นกฎหมายแล้ว (ยังเป็นเพียงข้อเสนอ)
  • เชื่อตัวเลขการเติบโตที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงยืนยัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีในการซื้อบ้านภูเก็ตหรือไม่?

ตลาดภูเก็ตในไตรมาส 1/2026 แข็งแรง โดยมีมูลค่าโอนห้องชุดต่างชาติสูงที่สุดในประเทศ (2.43 พันล้านบาท จาก 420 ยูนิต ตาม REIC/Bangkok Post) และวิลล่าหรูมีแนวโน้มโดดเด่น จังหวะจึงเหมาะกับผู้ที่มีเป้าหมายใช้เองระยะยาวควบคู่การลงทุน แต่ควรพิจารณาผลตอบแทนสุทธิและต้นทุนจริงประกอบเสมอ

ผลตอบแทนค่าเช่าที่ภูเก็ตอยู่ที่เท่าไร?

ผลตอบแทนขั้นต้นเฉลี่ยราว 5.8% ในปี 2025 และคอนโดขนาดกะทัดรัดทำเลดีอาจสูงถึง 6–9% (C9 Hotelworks/Colliers) แต่หลังหักค่าใช้จ่ายและภาษี ผลตอบแทนสุทธิมักลดลงเหลือราว 5% ไม่มีตัวเลขใดที่รับประกันได้

คนไทยซื้อบ้านและที่ดินที่ภูเก็ตแบบกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ได้ไหม?

ได้ ผู้ซื้อสัญชาติไทยถือครองที่ดินและวิลล่าแบบ Freehold ได้เต็มที่ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเหนือชาวต่างชาติ ที่กฎหมายห้ามถือครองที่ดิน และซื้อได้เพียงห้องชุดภายในโควตาต่างชาติ 49% ของพื้นที่อาคาร (ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด)

ปล่อยเช่ารายวันแบบ Airbnb ที่ภูเก็ตได้หรือไม่?

โดยทั่วไปการปล่อยเช่าต่ำกว่า 30 วันต้องมีใบอนุญาตโรงแรมตาม พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งคอนโดส่วนใหญ่ขอไม่ได้ มีโทษปรับและจำคุก อีกทั้งนิติบุคคลอาคารชุดอาจห้ามเองด้วย ทางที่ปลอดภัยกว่าคือปล่อยเช่าแบบ 30 วันขึ้นไป

การซื้อบ้านที่ภูเก็ตทำให้ต้องเสียภาษีเงินได้จากต่างประเทศหรือไม่?

การซื้อบ้านเองไม่ได้เป็นตัวก่อให้เกิดภาระภาษีนี้ ภาษีเงินได้จากต่างประเทศจะเกี่ยวข้องก็ต่อเมื่อคุณ “นำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามา” ในไทย โดยตั้งแต่ 1 ม.ค. 2024 ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย (อยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วัน/ปี) ต้องเสียภาษีจากเงินได้ต่างประเทศส่วนที่นำเข้ามาในไทย ไม่ว่าจะนำเงินนั้นไปซื้อบ้านหรือไม่ก็ตาม ส่วนข้อเสนอยกเว้น 2 ปี (เสนอปี 2025) ยังไม่เป็นกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเป็นรายกรณี

ควรเลือกวิลล่าหรือคอนโดสำหรับครอบครัวหลายรุ่น?

สำหรับครอบครัวหลายรุ่นที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัว สวน และห้องนอนหลายห้อง วิลล่ามักตอบโจทย์กว่า และในปี 2026 วิลล่าหรูภูเก็ตยังมีแนวโน้มตลาดที่แข็งแรง ส่วนคอนโดเหมาะกับผู้ที่เน้นความสะดวก การดูแลต่ำ และสภาพคล่องในการปล่อยเช่า

พร้อมหาวิลล่าที่ใช่สำหรับครอบครัวคุณแล้วหรือยัง?

ที่ Palmora Property เราเข้าใจดีว่าครอบครัวชาวกรุงเทพฯ ที่มองหาบ้านหลังที่สองไม่ได้ต้องการเพียง “บ้าน” แต่ต้องการพื้นที่หลบฝุ่น พักผ่อน และรวมสามรุ่นเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมความมั่นใจว่าเป็นการลงทุนที่มีเหตุผล เราให้บริการ ทัวร์ชมทรัพย์แบบส่วนตัว พร้อมเข้าถึง เครือข่ายผู้พัฒนาชั้นนำ ในทำเลพรีเมียมอย่างบางเทา ลายัน และกมลา เพื่อคัดวิลล่าที่ตรงความต้องการของครอบครัวคุณจริง ๆ

ติดต่อทีมงานของเราได้ที่ หน้าติดต่อ Palmora หรือทัก WhatsApp +66 61 249 4192 และอีเมล [email protected] เพื่อนัดหมายและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล และดูบทความอื่น ๆ ได้ที่บล็อกของ Palmora


ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมาย ภาษี หรือการลงทุนแบบเฉพาะบุคคล ตัวเลขและกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลราชการ (.go.th) และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติหรือเครือข่ายพันธมิตรของ Palmora ก่อนตัดสินใจ

แชร์บน WeChat
WeChat QR

สแกนคิวอาร์นี้ด้วย WeChat เพื่อแชร์

WhatsApp